เตือนการระบาดของหนอนกระทู้ใน หอมแดง
ดาวโหลดไฟล์เพิ่มเติม >>

 

          ขณะนี้เป็นฤดูการปลูก หอมแดง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกหอมแดงที่สำคัญของประเทศ ต้นหอมมีอายุระหว่าง 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง ด้วยสภาวะอากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่มีความชื้นต่ำ ทำให้ไม่ค่อยมีการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อรามากนัก แต่กลับเกิดการระบาดของหนอนกระทู้เข้าทำลายหลอดหอมแพร่กระจายในเขตอำเภอราศีไศล 10-30% ของพื้นที่ปลูกประมาณ 800 ไร่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อต้นหอมที่กำลังเจริญเติบโต และทำให้เกษตรกรต้องเสียค่าสารกำจัดแมลงมากขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลมากนัก ยังมีการระบาดของหนอนกระจายอยู่ทั่วไป

           พฤติกรรมการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดหนอนที่เข้าทำลายต้นหอมในปี 2557 ที่ผ่านมา เกษตรกรใช้ สารคลอแรนทราลินิโพรล (chlorantraliniprole ) อัตรา 10 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร และฟลูเบนไดอะไมด์ (flubendiamide) 6 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ก็สามารถควบคุมหนอนได้ผล แต่ในปี 2558 จนถึงฤดูปลูกในปี 2559 นี้ พบว่า การกำจัดหนอนเริ่มไม่ค่อยได้ผล เกษตรกรจึงเริ่มหาสารเคมีอื่นๆ มาผสมเพิ่มขึ้น จากการสัมภาษณ์เกษตรกร สามารถรวบรวมรูปแบบการใช้ ได้ 6 แบบ

     1. สารคลอแรนทรานิลิโพรล(Chlorantraniliprole) 10 มล.ล. + สารอะบาเม็กติน(Abamectin) 10 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร
     2. สารฟลูเบนไดอะไมด์(Flubendiamide) 6 กรัม + สารอะบาเม็กติน(Abamectin) 10 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร
     3. สารอีมาเมคติน เบนโซเอท(Emamectin benzoate) 25 มล.ล. + สารฟลูเบนไดอะไมด์(Flubendiamide) 1.6 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
     4. สารคลอแรนทรานิลิโพรล(Chlorantraniliprole) 10 มล.ล. + สารอีมาเมคติน เบนโซเอท(Emamectin benzoate) 25 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร
     5. สารคลอแรนทรานิลิโพรล(Chlorantraniliprole) 25 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร
     6. สารฟลูเบนไดอะไมด์(Flubendiamide) 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
     7. สารสไปนีโทแรม (spinetoram) 12.5 มล.ล./น้ำ 20 ลิตร

          เกษตรกรบอกว่า รูปแบบ ที่ 4-6 ได้ผลดีระดับหนึ่งในการควบคุมหนอน และรูปแบบที่ 7 กำลังได้รับความนิยม เพราะได้ผลมากที่สุดในปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า อัตราของสาร ฟลูเบนไดอะไมด์ นั้นเพิ่มขึ้นจากที่เคยใช้ในปี 2557 ที่ 6 กรัม/น้ำ 20 ลิตร เป็น 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ในปี 2559 หรือเพิ่มขึ้น ถึง 66% ซึ่งสันนิษฐานว่า อาจมีการ “ดื้อยา” เกิดขึ้น

การระบาดทำลายใบ หอมแดง (ใบมีสีขาว เมื่อมองในระยะไกล)

ต้น หอมแดง ที่ถูกหนอนกระทู้เข้าทำลาย(อ.ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ)

หนอนกระทู้กัดกินอยู่ในหลอดหอม หนอนกระทู้วัยเล็กเจาะเข้าไปอาศัยและกัดกินเนื้อเยื่อใบหอม

รายงานโดย พรชัย แซ่เตียว
ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คำแนะนำการใช้สารเคมีในการควบคุมแมลงที่ถูกวิธี
          จากข้อมูลที่ฝ่ายขายได้รายงานมาดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ลัดดา จำกัด มีข้อคิดเห็นต่อการใช้สารเคมีกำจัดแมลงของเกษตรกร ดังนี้ ประการแรก เกษตรกร คงยังไม่รู้จักวงจรชีวิตและพฤติกรรมของแมลง ส่งผลให้การใช้สารเคมีไม่ค่อยได้ผลดีพอ จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายของหนอน ออกไปในวงกว้าง ถึงระดับที่เรียกว่า เกิดการระบาดรุนแรง

          หนอนกระทู้ที่เข้าทำลาย หอมแดง ถ้าจำแนกในทางกีฏวิทยา มี 2 ชนิด จำแนกคือ หนอนกระทู้ผัก (Spodoptera litura) และ หนอนกระทู้หอม (Spodoptera exigua) แต่หนอนทั้งสองชนิด มีพฤติกรรมเหมือนกัน คือ ตัวเต็มวัย เป็น ผีเสื้อกลางคืน (moth) วางไข่เป็นกลุ่มบนใบหอม ไข่แต่ละกลุ่มมีไข่จำนวนมาก (egg mas) หนอนวัยแรกที่ฟักออกจากไข่จะอาศัยแทะกินใบหอมอยูภายนอก ซึ่งเป็นระยะที่หอนอ่อนแอต่อสารเคมีมากที่สุด หนอนวัยที่ 2 จะเจาะเข้าไปอาศัยอยู่ในหลอดหอม ดังนั้นระยะเวลาที่หอนจะอยู่ภายนอกหลอดหอม มีเพียง 1-2 วันเท่านั้น ถ้าเราฉีดพ่นสารเคมีตั้งแต่ต้น ก็จะทำให้หนอนตายได้ง่าย เมื่อหนอนเจาะเข้าใบหอมแล้ว การควบคุมหนอนก็จะยากขึ้น ต้องใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์ ดูดซึม (systemic action) และต้องใช้เต็มอัตราที่บริษัท แนะนำจึงจะได้ผล พฤติกรรมของหนอนกระทู้ คือ เมื่อหนอนเจริญวัยไปจนถึงระยะเข้า ดักแด้ (pupa) หนอนวัยสุดท้ายจะคลานไปเข้าดักแดในดิน ซึ่งสารเคมีไม่มารถจะฆ่าดักแด้ได้ ประชากรของแมลง ก็จะมีครบทุกระยะ คือ มีทั้ง ผีเสื้อ ไข่ และหนอน ปะปนกันในแปลงปลูกหอม ทำให้การควบคุมไม่ได้ผล ดังที่เกิดการระบาดขึ้น ณ ขณะนี้

กลุ่มไข่ของหนอนกระทู้หอม หนอนวัยที่ 1 อยู่นอกหลอดหอม หนอนวัยที่ 2 เจาะเข้าหลอดหอม

ประการที่สอง การใช้สารเคมี มีข้อผิดพลาด อยู่ 2 ข้อ คือ

ข้อที่ 1 เกษตรกร ใช้สารเคมีอัตราต่ำ ไม่เพียงพอต่อประสิทธิภาพที่จะกำจัดหนอนได้

ข้อที่ 2 เมื่อใช้อัตราต่ำ เกษตรกรก็จะเพิ่มชนิดของสารเคมีเข้าผสม แต่ก็ยังใช้อัตราต่ำ ด้วยคิดว่า สารแต่ละชนิดจะช่วยกันออกฤทธิ์ทำให้มีประสิทธิ์เพิ่มขึ้น (synergism) แต่ข้อเท็จจริง สารเคมีที่อัตราต่ำ (insufficient dosage) ไม่ว่าจะใช้สารเดี่ยวๆ หรือจะผสมสารมากกว่า 1 ชนิด ก็ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกำจัดหนอนได้ ตรงกันข้าม กลับจะช่วยเร่งให้เกิดการพัฒนาการ “ดื้อยา” เร็วขึ้น

ข้อที่ 3 สารเคมีบางชนิด ที่เกษตรกรนำมาผสม นั้น ไม่มีประสิทธิภาพในกำจัดแมลงประเภทหนอน (Lepidopterous insect) เช่น สารอะบาเม็คติน (abamectin) เหมาะสำหรับแมลงประเภท ปากดูด เพลี้ยไฟ ไรแดง แต่ไม่มีประสิทธิภาพต่อหนอนกระทู้ จึงเป็นการใช้ที่สูญเปล่าไม่เกิดประโยชน์ต่อการควบคุมหนอนกระทู้

การแก้ไขให้การใช้สารเคมีได้ประโยชน์สูงสุด

          เพื่อให้การควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ผลที่ต้องการและการใช้สารเคมีได้ประโยชน์สูง ไม่ใช้สารมากเกินความจำเป็น ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าสารเคมีที่เป็นต้นการผลิต คำแนะนำการกำจัดหนอนกระทู้ในหอมแดง ควรกระทำ ดังต่อไปนี้


1. เลือกชนิดของสารเคมีที่ประสิทธิภาพดีในการควบคุมหนอน

2. ใช้อัตราที่เต็ม ตามคำแนะนำของบริษัท

3. เริ่มฉีดพ่น เมื่อเริ่มพบกลุ่มไข่บนใบหอม ไม่ต้องรอจนเห็นอาการใบหอมถูกทำลาย

4. ฉีดพ่นให้ต่อเนื่อง ทกๆ 5-7 วัน ซ้ำ 2-3 ครั้ง แล้วอาจสลับสารเคมีที่ต่างชนิดกัน เพื่อการบริหารจัดการ “การดื้อยา”

บริษัท ลัดดา จำกัด แนะนำสารเคมีสำหรับกำจัดหนอนกระทู้ใน หอมแดง คือ สารอิมาเมคติน เบนโซเอต (emamectin benzoate) ชื่อการค้า ไฮซีส สูตร 2%ME (Microemulsion) อัตราแนะนำ 40 มล./น้ำ 20 ลิตร



           ไฮซีส สูตร Microemulsion(ME) เป็นสูตรพิเศษ ที่มีขนาดอนุภาคเล็กระดับนาโน ในวงการอุตสาหกรรมเคมีเกษตรเรียกว่า nano-pesticides เพราะมีขนาดอนุภาค เล็กกว่า 100 นาโนเมตร (< 100 nm) ซึ่งช่วยให้การแทรกซึมของสารเคมี (uptake) ได้ง่ายขึ้นกว่าสูตรอื่นทั่วไป ส่งให้ประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ สูตร ME นี้ยังมีคุณสมบัติที่เสถียรต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (thermodynamic stability)

(รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูในหอมแดงและการป้องกันกำจัด ท่านสามารถอ่านได้ใน ลัดดาเกษตรสาร ปีที่ 14ฉบับที่ 53 ต.ค.-ธงค. 2557 โดยเข้าไปในเว็ปไซต์ของ ลัดดา www.icpladda.com)

ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ลัดดา จำกัด


Weblink
  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  กรมวิชาการเกษตร
  กรมส่งเสริมการเกษตร
  กรมอุตุนิยมวิทยา
  กรมโรงงานอุตสาหกรรม
  สำนักคณะกรรมการอาหารและยา
  กรมการข้าว