ระวัง! โรคพืชในข้าวโพด มีอะไรบ้าง จะแก้อย่างไรดี? ICP Ladda

ระวัง! โรคพืชในข้าวโพด มีอะไรบ้าง จะแก้อย่างไรดี?

249 จำนวนผู้เข้าชม

ข้าวโพดที่เรานิยมบริโภคกันอยู่เป็นประจำ รู้หรือไม่ว่ากว่าจะปลูกออกมาให้ได้ฝักงามๆอย่างที่เห็น ผู้ปลูกต้องฟันฝ่าปัญหามามากมาย รวมถึงปัญหาโรคพืชด้วย แน่นอนว่าโรคพืชในข้าวโพดก็มีเยอะไม่แพ้พืชผักชนิดอื่นๆ

ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพืชในข้าวโพด พร้อมด้วยวิธีแก้ปัญหา ว่าถ้าโรคพืชในข้าวมีมากมายขนาดนี้ จะทำอย่างไรดีไม่ให้เสียผลผลิต

โรคพืชในข้าวโพดมีอะไรบ้าง?

ราน้ำค้าง
  • ราน้ำค้าง

หรือชื่อวิทยาศาสตร์คือ Peronosclerospora sorghi  พบได้มากในช่วงฝนตกหนัก และสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงข้าวโพดงอกใหม่ๆไปจนถึงอายุ 1 เดือน ลักษณะที่พบได้คือใบจะมีสีเหลืองๆลายๆ ปนเขียวอ่อน เป็นรอยยาวๆ เมื่อนานเข้าก็จะกลายเป็นรอยไหม้ แห้งกรอบ ต้นข้าวโพดแคะแกร็น สภาพดูไม่สมบูรณ์ และตายได้ในที่สุด นอกจากนี้จะพบใยของเชื้อราที่ด้านล่างใบอย่างชัดเจนด้วย 

กาบใบไหม้

2. กาบใบไหม้

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhizoctonia solani สามารถทำลายข้าวโพดได้ทุกช่วงเวลา ลักษณะอาการที่พบคือ โคนต้นช้ำ ลำต้นจะพับๆหักๆ นอกจากนี้ในส่วนของใบ กาบใบ กาบผัก และส่วนอื่นๆทุกส่วนก็จะมีแผลเป็นสีน้ำตาลไหม้ๆแห้งๆด้วย และใต้ใบจะมีเส้นใยของเชื้อราอยู่

ไวรัสใบด่างแคระและใบด่างอ้อย

3. ไวรัสใบด่างแคระและใบด่างอ้อย

หรือ SCMV(ใบด่างอ้อย) & MDMV(ใบด่างแคระ) อาการของโรคคือ สำหรับใบด่างแคระ จะมีจุดๆขึ้นตามใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบอ่อน ถ้าหากโรคเข้าทำลายในช่วงที่ต้นยังอ่อน ก็จะทำให้ต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโตได้ แต่ถ้าหากเกิดขึ้นตอนที่ข้าวโพดโตแล้ว จะเห็นว่าใบเหลืองซีดอย่างชัดเจน และการเติบโตก็จะผิดปรกติเช่นกัน

โรคลำต้นเน่า

4. โรคลำต้นเน่า มีอยู่ 2 แบบ สามารถทำลายได้ทั้งต้นอ่อนและต้นแก่เหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างอยู่เล็กน้อย

4.1 Macrophomina phaseolina // เนื้อเยื้อภายในต้นจะถูกทำลาย เมื่อแหวกออกดูแล้วจะมีเส้นใยที่ดูคล้ายถ่านกระจายอยู่ทั่ว และทำให้ลำต้นเปราะด้วย เพียงแค่ใช้มือยันเบาๆ หรือมีลมแรงๆ ลำต้นก็สามารถหักได้ทันที

4.2 Fusarium moniliforme // เมื่อเกิดโรคแล้วจะมีเส้นใยสีขาวอยู่เต็มฝักไปหมด ส่วนลำต้นก็จะเหี่ยว มีรอยขีดๆรอบลำต้นช่วงล่างๆ หักง่าย ส่วนภายในจะเต็มไปด้วยเส้นใยสีชมพู

โรคราสนิม

5. ราสนิม

หรือ Puccinia polysora เป็นโรคที่น่าจะพบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน โดยจะเข้าทำลายเข้าโพดในช่วงออกดอก ระบาดมากในช่วงฤดูฝน หรือช่วงเดือนส.ค.-พ.ย. อาการของโรคสังเกตได้ไม่ยาก จะมีแผลเป็นตุ่มน้ำตาลแดง รูปทรงกลมๆ ใบทั้งสองด้านจะนูนขึ้นเรื่อยๆ โป่ง พองจนกระทั่งปริแตก จะเห็นเป็นสีส้มจัดในตอนนั้น สุดท้ายแล้วใบข้าวโพดก็จะเต็มไปด้วยแผล และแห้งตาย

ใบไหม้แผลเล็ก

6. ใบไหม้แผลเล็ก

หรือ Bipolaris maydis เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกช่วงการเจริญเติบโตของข้าวโพด โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น เกิดขึ้นได้กับหลายส่วนไม่ใช่แค่ใบ แผลที่เกิดจากโรคจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขอบเป็นสีน้ำตาลแดง เมื่อทิ้งไว้นานๆจะกลายเป็นรอยไหม้

ใบไหม้แผลใหญ่

7. ใบไหม้แผลใหญ่

หรือ Bipolaris turcica  ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ข้าวโพดกำลังออกดอก เพราะโรคนี้จะเข้าโจมตีในช่วงดังกล่าว โรคจะยิ่งระบาดมากและอาการจะยิ่งแย่มากในช่วงฤดูแล้ง(หรือช่วง ธ.ค.-มี.ค.) อาการที่พบได้ชัดคือ ช่วงแรกๆ จะมีแผลไหม้ขนาดเล็กก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นรอยไหม้ แห้งจนทั่ว

ใบจุด

8. ใบจุด

หรือ Bipolaris zeicola โรคนี้มักเกิดขึ้นในฤดูแล้ง เกิดขึ้นได้ทุกช่วงการเจริญเติบโตของข้าวโพด และสามารถมีแผลได้ทุกส่วน ลักษณะแผลคือจะเป็นจุดสีเหลืองและน้ำตาล ถ้าหากปล่อยไว้จะทำให้กลายเป็นแผลไหม้ได้จนทั่วใบ

ใบจุดสีน้ำตาล

9. ใบจุดสีน้ำตาล 

ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Physoderma maydis จะเห็นอาการของโรคที่เส้นกลางใบได้ชัดเจน โดยจะมีจุดสีน้ำตาลเข้ม ต่อมาใบจะพับและไหม้ แต่ที่จริงแล้ว อาการยังพบได้ตามส่วนอื่นๆได้อีกด้วย เช่น ลำต้น เปลือกหุ้มฝัก ฯลฯ ยิ่งในช่วงออกดอก อาการจะยิ่งแย่ ต้องระวังมาก

จะกำจัดโรคเหล่านี้ยังไรดี?

เลือก “รีโนเวท” และ “โทมาฮอค” คู่มหัศจรรย์ ปราบโรคพืชในข้าวโพดแบบถล่มทลาย!

สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก

รีโนเวท

รีโนเวท: 

สุดยอดผลิตภัณฑ์กำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ไม่ว่าจะเป็นกาบใบแห้ง ใบขีด ใบจุด ถอดฝักดาบ ดอกกระถิน ฯลฯ รับรองว่ารีโนเวทจัดการได้อยู่หมัดอย่างแน่นอน

รีโนเวทจัดเป็นสารกลุ่ม Imidazole+Triazoles ประกอบด้วย Prochloraz 40% + Propiconazole 9% EC ทำได้ทั้งป้องกันและกำจัดโรค โดยจะออกฤทธิ์แบบดูดซึม

สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ ให้นำผลิตภัณฑ์ 80 ซีซีไปฉีดพ่นได้เลย

โทมาฮอค

โทมาฮอค:

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้อรา เป็นสารกลุ่ม Cinnamic Acid Amide ชื่อสามัญคือ ไดเมโทมอร์ฟ 50% WG สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำจัดเชื้อราที่มีในพืชอยู่แล้ว ออกฤทธิ์แบบดูดซึม จัดการกับโรคจากเชื้อราได้หลายโรค

จุดเด่นคือมาในรูปแบบเม็ด เพียงแค่แบ่ง 10-20 กรัมไปละลายน้ำ 20 ลิตร ก็พร้อมใช้งานได้ทันที

…ใช้คู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น…

ข้อแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์

  • สวมถุงมือและหน้ากากป้องกันอย่างมิดชิดทุกครั้ง ห้ามถอดออกจนกว่าจะใช้งานผลิตภัณฑ์เสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้ละอองผลิตภัณฑ์สัมผัสถูกผิวหนังหรือเข้าตา
  • ล้างมือให้สะอาดหลังใช้ผลิตภัณฑ์เสร็จ
  • ห้ามทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เสร็จแล้วลงในแหล่งน้ำเด็ดขาด
  • เก็บผลิตภัณฑ์ในที่ห่างไกลจากอาหาร เด็ก และสัตว์เลี้ยง
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด หากมีอะไรไม่แน่ใจ ให้รีบสอบถามทางผู้จำหน่ายทันที
  •  
  •  
  •  
  •  
  •