เมื่อพริกและมะเขือเทศ มีโรคและแมลงเข้าทำลาย ควรใช้กำจัดอย่างไร ? - ICPLADDA

เมื่อพริกและมะเขือเทศ มีโรคและแมลงเข้าทำลาย ควรใช้กำจัดอย่างไร ?

152 จำนวนผู้เข้าชม

การจัดการโรคในพริกและมะเขือ

เมื่อพริกและมะเขือเทศ มีโรคและแมลงเข้าทำลาย ควรใช้กำจัดอย่างไร ?

ความสำคัญของพริก และมะเขือเทศ
   พริกและมะเขือเทศ จัดเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลโซลานาซีอี (Solanaceae) ถือว่าเป็นผักที่อยู่คู่กับเมนูในอาหารไทยได้อยากหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริก ส้มตำ ยำ ต้มแซ่บ หรือผัดผักต่างๆ รวมไปถึงการแปรรูกในอุตสาหกรรม ทั้งการทำซอส และทำเครื่องแกง เป็นพืชผักที่นิยมบริโภคได้ทุกภาค เนื่องจากรังสรรเมนูแซ่บๆได้จับใจ พริกกับมะเขือเทศ จึงถือได้ว่า เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีความต้องการในตลาดสูงเลยทีเดียว
ทำไมต้องดูแลพริกและมะเขือเทศ
ทำไมต้องดูแลพริกและมะเขือเทศ ไม่ดูแลอะไรจะเกิดขึ้น
 
   พริกและมะเขือเทศ เป็นพืชที่สามารถให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้อย่างยาวนาน หากดูแลดีๆก็สามารถเก็บเกี่ยวกันได้เป็นปีๆ เรียกได้ว่าลงทุนปลูกครั้งเดียว ได้ผลผลิตแบบสุดคุ้ม แต่หากดูแลไม่ดี ก็จะเกิดเหตุการณ์แบบตรงกันข้าม อายุการเก็บเกี่ยวก็จะสั้น เผลอๆ บางครั้งยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว ต้นก็ล้มตายเสียก่อน หรือบางแปลงอาจจะโชคดีหน่อยที่ยังได้ผลผลิต แต่ผลผลิตก็บิดเบี้ยว ผิดรูปทรง โรคเข้าได้ง่าย ผิวไม่สวย ขายไม่ได้ราคา และต้องสูญเสียผลผลิตไปในที่สุด ทำให้เสียเวลาในการเริ่มต้นปลูกใหม่ รวมไปถึงทุนทรัพย์ที่ต้องใช้ในการลงทันทำแปลงใหม่อีกด้วย
ไวรัสในพริก มะเขือเทศ
ปัญหาในการปลูกพริกและมะเขือเทศ มีอะไรบ้าง ?
 
การปลูกพริก และมะเขือเทศ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาดวงเลย หากเข้ารู้และเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพืชตระกูลนี้ เริ่มจาก…
 
1.ปัญหาจาก 3 แมลงพาหะ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาว ที่จะคอยเข้าฟีดน้ำเลี้ยงตั้งแต่ระยะต้นกล้า บางครั้งอาจจะยังไม่แสดงอาการในทันที แต่เมื่อพืชเริ่มเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ ก็จะแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น อาการใบหงิก ใบมีรอยดูด ใบด่างเหลือง ซึ่งอาการพวกนี้ทำให้พืชไม่สามารถสร้างผลผลิตที่สมบูรณ์ออกมาได้
โรคพริก
2.โรคจากเชื้อรา ซึ่งโรคที่มันจะเข้าในพืชตระกูลนี้ ส่วนมากจะเป็น โรคกุ้งแห้ง โรคราแป้ง โรคใบจุดตากบ โรคราหนวดแมว โดยมักจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้ผลผลิตเสียหาย ผิวไม่สวย และขายไม่ได้ราคา
โรคเหี่ยวในพริก มะเขือเทศ
3.โรคเหี่ยว อันนี้เป็นปัญหาที่หนักสุดของพืชตระกูลนี้ มีทั้งเหี่ยวเขียว เหี่ยวเหลือง อาการพวกนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่สำคัญคือสามารถแพร่กระจายเชื้อให้ลุกลามไปกับน้ำได้ หากต้นไหนติดก็จะมีอาการเหี่ยวแบบยืนต้นตายชนิดฉับพลันได้เลย
ยาสำหรับพริก
เมื่อเจอปัญหา จะใช้วิธีไหนในการแก้ปัญหา
ปัญหาในการดูแลแปลงพริก และมะเขือเทศไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร วันนี้ ไอซีพี ลัดดา จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ควรมีไว้ในสวนพริกและมะเขือเทศกัน
 
1.วิธีแก้ปัญากับแมลงศัตรูของพริกและมะเขือเทศ คือควรฉีดพ่นสารเคมีตั้งแต่ระยะต้นกล้าทุกๆ 5-7 วัน ด้วยตัวยาที่ช่วงป้องกัน กำจัด ดังนี้
           > เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน แนะนำ อิมิดาโกลด์70 อัตรา 5-7 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
           > แมลงหวี่ขาว แนะนำ โบร์แลน อัตรา 10-15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
           > ไรขาว แนะนำ เกรค 5 เอสซี อัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
           > หนอนกระทู้ต่างๆ แนะนำ แอสไปร์+ไฮซีส อัตรา 20 + 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
 
2.ป้องกันโรคเชื้อราทางใบ รวมไปถึงเชื้อราที่ชอบเข้าทำลายผลผลิต ควรฉีดพ่นป้องกันหลังย้ายปลูก ทุกๆ 5-7 วัน และควรฉีดพ่นทันที หลังจากแปลงปลูกเจอฝนตกใส่ และมีสภาพอากาศที่แปรปรวน ด้วยตัวยาดังนี้
           > โรคกุ้งแห้ง โรคราแป้ง แนะนำ รีโนเวท อัตรา 10-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
           > โรคใบจุดตากบ โรคราหนวดแมว แนะนำ ไซม๊อกซิเมท อัตรา 30-40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
การแก้ปัญาโรคเหี่ยว แนะนำให้ฉีดพ่น ไบออนแบค อัตรา 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ตั้งแต่ระยะต้นกล้า เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของเชื้อแบคทีเรียตั้งแต่เริ่ม แต่หากมีต้นไหนเป็น ควรรีบถอนทิ้งออกจากแปลงทันที เพราะโรคนี้สามารถแพร่ระบาดไปกับน้ำได้อย่างรวดเร็ว
27-10-64 Blog การจัดการโรคในพริกและมะเขือ-07 (1)
บำรุงพริก และมะเขือเทศ ให้แข็งแรง ให้ผลผลิตได้อย่างยาวนาน ด้วย..
บอมส์ พลัส อัตรา 30 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ช่วยบำรุงในส่วนของ การแตกยอด 
บอมส์ ฟาส์ท อัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ช่วยบำรุงดอก 
บอมส์ ไวท์ อัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ช่วยบำรุงดอก และผล ป้องกันผลเน่า กันเน่าเสีย
 
รู้ครบ จบทุกปัญหาให้การทำสวนพริกและมะเขือเทศ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก 
ด้วยผลผลิตภัณฑ์จาก ไอซีพี ลัดดา
””
  •  
  •  
  •  
  •  
  •