ปลูกทุเรียนพึงระวังราสีชมพู - ICPLADDA

ปลูกทุเรียนพึงระวังราสีชมพู

3901 จำนวนผู้เข้าชม

ราสีชมพูหายนะของสำหรับ “ทุเรียน” ไทย ที่ชาวสวนทุเรียนหลายท่าน เกือบต้องยอมจำนน ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดี?

ไอ ซี พี ลัดดา ชวนอ่านบทความเพื่อรู้ลักษณะกระแพร่ระบาดการป้องกันกันครับ

ราสีชมพูคืออะไร

ราสีชมพู มีชื่อว่า Corticium salmonicolor มีพืชอาศัยคือต้นทุเรียน ส้ม มะม่วง สำไย ลองกอง เงาะ กาแฟ และยางพารา โดยเชื้อราจะอาศัยอยู่ตามกิ่ง ง่ามกิ่ง ลำต้น และเจริญเติบโตปกคลุมกิ่ง มองเห็นเส้นใยได้ชัดเจน

ลักษณะอาการของโรค
ในระยะแรกพบอาการใบไหม้บริเวณปลายกิ่ง และพบเส้นใยสีขาวบริเวณใต้ท้องกิ่งแผ่ขยายเป็นวงกว้าง และเมื่อสปอร์พัฒนาเต็มที่จะเห็นลักษณะเส้นใยเป็นสีชมพูซึ่งเป็นระยะที่เชื้อราเจริญเข้าไปในเปลือก และลุกลามเข้าไปทำลายท่อน้ำ ท่ออาหารของต้นทุเรียน ทำให้กิ่งของทุเรียนบริเวณนั้นแห้งเหี่ยว และตายไปในที่สุด 

การแพร่ระบาด
– เชื้อราจะแพร่ระบาดโดยอาศัยลมและน้ำฝน และจะระบาดรุนแรงเมื่อมีความชื้นที่เหมาะสม
– เมื่อสภาวะอากาศไม่เหมาะสมสปอร์ของเชื้อราจะพักตัวอยู่ ในรูปChlamydospore(Chlamyd ospore คือ สปอร์ที่มีผนังหนาสามารถทนท านต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและสามารถอยู่ข้ามฤดู เพื่อระบาดในปีต่อๆไป)และสามารถกลับมาระบาดได้อีกครั้ง เมื่อสภาพแวดล้อมและความชื้นเหมาะสม 

เทคนิคพิชิตโรค
1. ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคราสีชมพูออกไปเผาทำลายภายนอกแปลง
2. งดการใช้น้ำตาลทางด่วนทุกชนิด เพราะน้ำตาลทางด่วนจะทำให้พืชอ่อนแอ และเป็นแหล่งอาหารของเชื้อสาเหตุ
3. งดการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีไนโตรเจนสูง(ปุ๋ยยูเรีย)ในช่วงนี้เพราะปุ๋ยไนโตรเจนจะทำให้ผนังเซลล์ของพืชบางทำให้เชื้อสาเหตุเข้าทำลายพืชได้ง่าย
4. สามารถพ่นด้วย อินเนอร์ อัตราใช้ 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตรเพื่อป้องกันการเกิดโรค ราสีชมพู 

ปลูก ทุเรียน ระวัง สีชมพู ปลูกทุเรียน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า