อย่าเมิน! ปัญหาเชื้อรา-แบคทีเรียในพืชผัก - ICPLADDA

อย่าเมิน! ปัญหาเชื้อรา-แบคทีเรียในพืชผัก

4562 จำนวนผู้เข้าชม

รู้หรือไม่ว่า ??? เชื้อราและแบคทีเรีย นอกจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกายคนเราแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อพืชผักอีกด้วย

ถึงเป็นอันตรายต่อพืชผัก?

ไม่ใช่แค่คนเราเท่านั้นที่จะป่วยเป็นโรคได้ พืชผักเองก็เช่นกัน มีโรคหลายอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง และโรคเหล่านั้นก็มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งโรคพืชนั้นไม่ใช่แค่ทำให้รูปลักษณ์ของพืชดูน่าเกลียด แต่ยังสร้างความเสียหายลุกลามได้แทบทุกส่วน ทำให้พืชไม่โต ผลผลิตไม่สมบูรณ์ หรือไม่ก็ทำให้พืชตายทั้งหมด

ราน้ำค้าง
  1. ราน้ำค้าง

โรคนี้เกิดมาจากเชื้อราชื่อ Peronosporaparasitica ถึงแม้ว่าอาจไม่ทำให้พืชผักถึงตาย แต่ก็มีฤทธิ์มากพอที่จะทำให้ผลผลิตเสียหายได้
ลักษณะของพืชผักที่เป็นโรคนี้คือ จะมีจุดสีดำๆไหม้ๆ พร้อมด้วยผงขาวๆ(ผงรา)ตามใบ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นต้นอ่อนไปจนถึงเจริญเติบโตเต็มที่ ถ้าหากปล่อยให้ลุกลามมากก็อาจสายเกินแก้ อาจทำได้แค่ตัดใบที่เน่าทิ้งไป จะส่งผลให้พืชผักขายไม่ได้ เพราะสภาพไม่สมบูรณ์


ราสนิมขาว

2. ราสนิมขาว

เป็นอีกโรคที่พบได้บ่อยในพืชผัก มาจากเชื้อราชื่อ Albugo ipomoea-aquaticae Sawada อาการของโรคที่สังเกตได้ง่ายคือ ใบจะมีจุดสีขาวๆเหลืองๆซีดๆอยู่ทั่วไปหมด บางทีก็มีรอยตะปุ่มตะป่ำได้ตั้งแต่ใบไปจนถึงลำต้น


เน่าคอดิน

3. เน่าคอดิน

เชื้อรา Pythium sp.หรือ Phytophthora sp. คือตัวการที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งโรคนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับต้นกล้า จากการที่เพาะต้นกล้าไว้อัดแน่นกันเกินไป

อาการของโรคเป็นไปตามชื่อ คือส่วนโคนที่อยู่ติดกับดินจะเป็นแผลเน่า แห้ง และเหี่ยว ทำให้ต้นกล้าตายได้ในที่สุด สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว


เน่าเละ

เป็นโรคที่สำคัญของพืชผัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Erwinia carotovora subsp. carotovora อาการของโรคจะเริ่มต้นตั้งแต่มีรอยช้ำเป็นหย่อมๆ จนกระทั่งเน่าลุกลามไปทั่ว พืชผักจะเหี่ยว เละ และตายได้ในที่สุด นอกจากนี้ โรคยังสามารถติดต่อได้ด้วยการที่เมือกตามแผลของพืชผักกระเด็นไปถูกต้นใกล้ๆ หรือมีแมลงเป็นพาหะ

วิธีป้องกัน-กำจัดแบคทีเรียและเชื้อรา ไม่ให้มาทำลายพืชผักเสียหาย

แบคทีเรียนั้นมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในดิน ในแปลงปลูกผักโดยที่เราไม่รู้ หรือบางครั้งก็ติดมากับเมล็ดพันธุ์ที่เราซื้อมาปลูก ส่วนเชื้อราก็มักจะเกิดขึ้นมาในช่วงอากาศเย็นและชื้น

แล้วเราจะกำจัด หรือป้องกันมันได้อย่างไร?

  1. ต้องคอยสังเกตพืชผักที่ปลูกทุกวัน เดินตรวจตาให้ละเอียด เผื่อว่ามีอาการของโรค จะได้เห็นแต่เนิ่นๆและแก้ไขทัน
  2. ควรไถดินขึ้นมาตากแดดสักประมาณหนึ่งเดือนก่อนเริ่มทำการเพาะปลูก พร้อมทั้งต้องมีทางระบายน้ำในกรณีที่เกิดฝนตกด้วย จะช่วยป้องกันได้ทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย
  3. สำหรับใครที่ซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูก คุณไม่มีทางรู้เลยว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้มานั้นมีเชื้อหรือไม่ ดังนั้น ก่อนจะปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์ไปแช่น้ำอุ่นสักครึ่งชั่วโมงก่อน จากนั้นจึงนำไปบ่ม เสร็จแล้วค่อยเพาะปลูกตามปรกติ
  4. แปลงเพาะปลูกต้องสะอาด ห้ามมีเศษอะไรปะปนเด็ดขาด
  5. ถ้าหากมีการตัดพืชผักที่เป็นโรคทิ้ง ควรนำไปทิ้งให้ห่างไกลจากแหล่งน้ำ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และแปลงเพาะปลูกที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดหนัก

หรือ…เลือก “ไบออนแบค” เพื่อสยบโรคพืชจากเชื้อราและแบคทีเรียให้สิ้นซาก! ใช้ง่าย ได้ผล ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

รู้จักไบออนแบค

เรียกได้ว่าเป็น “Must-Have Item” ของเกษตรกรจริงๆ เพราะไบออนแบคคือยาป้องกันและกำจัดโรคพืชที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียได้อย่างดีเยี่ยม

ไบออนแบคจัดเป็นสารกลุ่ม Bacterium และประกอบด้วย Bacillus subtillsY1336 ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดี มีฤทธิ์ในการควบคุมทั้งเชื้อราและแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ทำงานรวดเร็วเนื่องจากจะเข้าไปทำลายเชื้อโดยตรง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการสร้างสารปฏิชีวนะและแย่งสารอาหารได้ดี

นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อสภาวะอากาศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศร้อนชื้น และยังสร้างสาร Toxic metabolite เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้กับพืชผักด้วย พืชผักจึงไม่เป็นโรคง่าย

เป็นโรคที่สำคัญของพืชผัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Erwinia carotovora subsp. carotovora อาการของโรคจะเริ่มต้นตั้งแต่มีรอยช้ำเป็นหย่อมๆ จนกระทั่งเน่าลุกลามไปทั่ว พืชผักจะเหี่ยว เละ และตายได้ในที่สุด นอกจากนี้ โรคยังสามารถติดต่อได้ด้วยการที่เมือกตามแผลของพืชผักกระเด็นไปถูกต้นใกล้ๆ หรือมีแมลงเป็นพาหะ

วิธีป้องกัน-กำจัดแบคทีเรียและเชื้อรา ไม่ให้มาทำลายพืชผักเสียหาย

แบคทีเรียนั้นมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในดิน ในแปลงปลูกผักโดยที่เราไม่รู้ หรือบางครั้งก็ติดมากับเมล็ดพันธุ์ที่เราซื้อมาปลูก ส่วนเชื้อราก็มักจะเกิดขึ้นมาในช่วงอากาศเย็นและชื้น

แล้วเราจะกำจัด หรือป้องกันมันได้อย่างไร?

  1. ต้องคอยสังเกตพืชผักที่ปลูกทุกวัน เดินตรวจตาให้ละเอียด เผื่อว่ามีอาการของโรค จะได้เห็นแต่เนิ่นๆและแก้ไขทัน
  2. ควรไถดินขึ้นมาตากแดดสักประมาณหนึ่งเดือนก่อนเริ่มทำการเพาะปลูก พร้อมทั้งต้องมีทางระบายน้ำในกรณีที่เกิดฝนตกด้วย จะช่วยป้องกันได้ทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย
  3. สำหรับใครที่ซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูก คุณไม่มีทางรู้เลยว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้มานั้นมีเชื้อหรือไม่ ดังนั้น ก่อนจะปลูกให้นำเมล็ดพันธุ์ไปแช่น้ำอุ่นสักครึ่งชั่วโมงก่อน จากนั้นจึงนำไปบ่ม เสร็จแล้วค่อยเพาะปลูกตามปรกติ
  4. แปลงเพาะปลูกต้องสะอาด ห้ามมีเศษอะไรปะปนเด็ดขาด
  5. ถ้าหากมีการตัดพืชผักที่เป็นโรคทิ้ง ควรนำไปทิ้งให้ห่างไกลจากแหล่งน้ำ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และแปลงเพาะปลูกที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดหนัก

หรือ…เลือก “ไบออนแบค” เพื่อสยบโรคพืชจากเชื้อราและแบคทีเรียให้สิ้นซาก! ใช้ง่าย ได้ผล ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

รู้จักไบออนแบค

เรียกได้ว่าเป็น “Must-Have Item” ของเกษตรกรจริงๆ เพราะไบออนแบคคือยาป้องกันและกำจัดโรคพืชที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียได้อย่างดีเยี่ยม

ไบออนแบคจัดเป็นสารกลุ่ม Bacterium และประกอบด้วย Bacillus subtillsY1336 ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดี มีฤทธิ์ในการควบคุมทั้งเชื้อราและแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดี ทำงานรวดเร็วเนื่องจากจะเข้าไปทำลายเชื้อโดยตรง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการสร้างสารปฏิชีวนะและแย่งสารอาหารได้ดี

นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อสภาวะอากาศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศร้อนชื้น และยังสร้างสาร Toxic metabolite เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้กับพืชผักด้วย พืชผักจึงไม่เป็นโรคง่าย

สนใจสินค้าสามารถสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่:  https://lin.ee/Bs9m4Mv

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า