"ยาร้อนยาเย็น" สิ่งที่ "ไอซีพีลัดดา" อยากให้รู้ - icpladda

“ยาร้อนยาเย็น” สิ่งที่ “ไอซีพีลัดดา” อยากให้รู้

748 จำนวนผู้เข้าชม

ลูกค้าหลายๆท่านที่ใช้สินค้าของเรา

อาจเกิดความสงสัยได้ว่า สินค้าตัวไหนเป็นยาร้อนหรือยาเย็นบ้าง หรือบางคนก็อาจจะเคยได้ยินผ่านหู แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ?

ฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกันทั้งสองอย่างเลย

อย่างแรก “ยาร้อน”

“ยาร้อน”
คือยาที่เมื่อพ่นไปแล้วมีผลกระทบในทางลบกับพืช เช่น ขอบใบไหม้ ยอดอ่อนไหม้ ใบหรือดอกร่วง ฯลฯ ส่วนใหญ่มักเป็นยาที่มีสูตร  EC เช่น คลอไพริฟอส 40% EC, ไซเปอร์เมทริน 35%EC, อะบาเมกติน 1.8%EC ฯลฯ

“ลักษณะของสูตร EC”

คือ สารออกฤทธิ์จะละลายอยู่ในน้ำมันผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อนำไปผสมน้ำแล้วจะได้อิมัลชั่นสีขาวขุ่น
ซึ่งสูตร EC เป็นสูตรที่มีตัวทำละลาย หรือ Solvent มีคุณสมบัติไวไฟ และมักจะเป็นพิษกับพืช 

 

คำถามที่หลายๆคนสงสัย “แล้วอย่างนี้ ยาร้อนจะปลอดภัยหรือ?”
คำตอบของเราก็คือ “ปลอดภัย หากใช้ตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด คือ เลือกยาให้ถูกกับศัตรูพืช ใช้ในอัตราที่ถูกต้อง พ่นให้ถูกช่วงเวลา พืชก็จะไม่เสียหาย และยังสามารถปกป้องและบำรุงพืชได้เป็นอย่างดี” 

 

“ยาเย็น”
ยาเย็นมีคุณสมบัติตรงข้ามกับยาร้อน คือจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบกับพืช โดยส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความเป็นพิษที่เกิดจากการใช้ตัวทำละลาย (solvent) ปริมาณมากในสูตร EC เช่น โพรคลอราซ 45%EW, อีมาเมกติน เบนโซเอท 2.0%ME เป็นต้น และมีอีกหลายๆสูตรที่ไม่ใช่ สูตร EC เช่น เอกซะโคลนาโซล 5%SC, โอเมทโทเอท 50%SL, ฟีโปรนิล 5%SC, บิวทาคลอร์ 60%EW เป็นต้น

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนเป็นยาร้อนยาเย็นบ้าง ?
วิธีการสังเกตง่ายๆ ให้ดูที่ชื่อสามัญต่อจากเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์ จะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษบอกว่าเป็นสูตรอะไร ถ้าเป็นสูตร EC ก็ให้รู้ว่าเป็นยาร้อน แต่ถ้าเจอตัวอักษรอื่นๆ อย่าง EW, SC, SL, ME ก็ให้รู้ว่าเป็นยาเย็น

สิ่งสำคัญนั้น
การใช้ยาร้อนหรือยาเย็นให้มีประสิทธิภาพและมีผลกระทบต่อพืชน้อยที่สุด ควรเลือกยาให้ถูกกับศัตรูพืช ใช้ในอัตราที่ถูกต้อง พ่นในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็จะสามารถป้องกันและรักษาผลผลิตของเราได้ดีมากขึ้น

  •  
  •  
  •  
  •  
  •