อาการเมาตอซังของข้าว - ICPLADDA

อาการเมาตอซังของข้าว

467 จำนวนผู้เข้าชม

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์  เลิศสุชาตวนิช

ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

 

อาการเมาต่อซังของข้าว

 

      ปัญหาความผิดปกติของข้าวที่เกษตรกรปลูก นอกเหนือจากศัตรูพืชต่างๆแล้ว  ผลจากการเตรียมพื้นที่ปลูกข้าว ยังมีการกำจัดตอซังในแปลงปลูกไม่เรียบร้อย  สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้าวที่ปลูกใหม่ได้  ที่เรียกว่า อาการเมาตอซัง เกิดจากการย่อยสลายของตอซังที่ไม่สมบูรณ์  เมื่อทำการปลูกข้าวลงไปในพื้นที่นั้น  ทำให้ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินที่ใช้ธาตุไนโตรเจนในดิน ในการย่อยสลายตอซัง ปลดปล่อยกรดอินทรีย์ ก๊าซต่างๆ และความร้อน  ทำให้ระบบรากข้าวที่ปลูกใหม่ถูกทำลายเสียหาย  ต้นข้าวอ่อนแอ  ไม่เจริญงอกงาม  ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิต 

 

 

 

 

 

     
            “ตอซัง”   ที่ตกค้างอยู่ในแปลงภายหลังการเก็บเกี่ยว  เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมกำจัดตอซังโดยการเผา เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการทำงาน และง่ายแก่การไถพรวนเตรียมดิน  เนื่องจากการไถดะหรือไถพรวนจะทำได้ยากหากมีตอซังและฟางข้าวตกค้างอยู่ในแปลงมาก นอกจากนี้เกษตรกรยังมีความเข้าใจที่ผิดๆว่า การ เผาตอซังจะเป็นการทำลายเชื้อโรคและแมลงศัตรู  แต่จะก่อให้เกิดผลเสีย เช่น

 

  • ทำให้หน้าดินสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้น อาจส่งผลให้เกลือทำละลายขึ้นมาที่ผิวดินเร็วขึ้น 
  • ส่งผลต่อโครงสร้างของดิน ทำให้หน้าดินเกิดจับตัวกันแน่นและแข็ง รากพืชไม่สามารถหาอาหารได้ดีทำให้เชื้อโรคพืชสามารถเข้าทำลายได้ง่าย
  •  ทำให้ปริมาณและกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ลดลง เช่น กิจกรรมการเปลี่ยนก๊าซไนโตรเจนจากบรรยากาศให้อยู่ในรูปของสารประกอบไนโตรเจนที่พืชใช้ประโยชน์ได้ การแปรสภาพอนินทรีย์ฟอสฟอรัสให้อยู่ในรูปของฟอสเฟตที่ละลายน้ำได้ และจุลินทรีย์ที่ช่วยควบคุมโรคและแมลงศัตรูตามธรรมชาติ
  • ทำให้สูญเสียธาตุอาหารพืชที่อยู่ในตอซัง ซึ่งในตอซังมีสัดส่วนของธาตุ ไนโตรเจน: ฟอสฟอรัส: โพแทสเซียม อยู่ร้อยละ 0.55 0.09 และ2.39 ตามลำดับ (กรมพัฒนาที่ดิน, 2545)
  • ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ก่อให้เกิดมลพิษ ฝุ่นละออง รวมทั้งอาจก่อให้เกิดอัคคีภัย
 
     จากผลกระทบของการจัดการตอซังโดยการเผาข้างต้น  เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการเผาตอซัง และเปลี่ยนมาทำการไถกลบตอซังแทน เพราะการไถกลบตอซังนั้นมีประโยชน์ต่างๆดังนี้

 

  1. ตอซังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชดินมีความร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี
  2. เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารพืชคืนสู่ดิน
  3. เพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน
  4. ช่วยในการลดระดับความเค็มของดินและการแพร่กระจายของพื้นที่ดินเค็ม เพราะการรักษาหน้าดินให้ชุ่มชื้น
  5. รักษาระดับความเป็นกรดและด่างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
  6. เพิ่มผลผลิตให้กับพืช การไถกลบตอซังในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผลผลิตพืชเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่เผาตอซัง
  7. ลดปัญหามลภาวะสภาพแวดล้อมและอุบัติเหตุ ที่เกิดจากหมอก ควัน และฝุ่นละอองต่างๆ
 
  อ้างอิง
    กรมพัฒนาที่ดิน. 2545. คู่มือเจ้าหน้าที่ของรัฐ การปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ. กรุงเทพมหานคร: ม.ป.ท.

  •  
  •  
  •  
  •  
  •