โรคถอดฝักดาบในข้าว - ICPLADDA

โรคถอดฝักดาบในข้าว

3086 จำนวนผู้เข้าชม

 

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์  เลิศสุชาตวนิช
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
 
         โรคถอดฝักดาบหรือโรคหลาวนั้นมีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Fusarium fujikuroi Nirenberg (Gibberella fujikuroi)  ปัจจุบันพบว่าเป็นโรคที่เป็นปัญหาและทำความเสียหายกับการปลูกข้าวของเกษตรกรมากขึ้น  โดยเฉพาะข้าวบางสายพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรค เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่  ซึ่งเป็นข้าวที่นิยมของผู้บริโภคทำให้เกษตรกรมีการปลูกอย่างแพร่หลาย  โรคนี้จะทำให้ข้าวในระยะกล้าเกิดอาการโคนเน่า ต้นเน่า แห้งตายหลังจากปลูกได้ไม่เกิน 7 วันสำหรับกรณีที่เป็นโรครุนแรง  แต่ส่วนใหญ่จะพบโรคเข้าทำลายในช่วงข้าวแตกกอหรือปักดำได้ประมาณ 15-45 วัน  ทำให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโตและเชื้อสาเหตุโรคจะสร้างฮอร์โมนกระตุ้นให้ต้นข้าวมีข้อปล้องยืดยาวสูงเด่นกว่าข้าวปกติ ใบมีสีเขียวซีด แตกกอน้อย เกิดรากแขนงที่ข้อลำต้นตรงระดับน้ำ บางครั้งพบกลุ่มเส้นใยสีขาว หรือสีชมพูตรงบริเวณข้อปล้องที่มีอาการยืดยาว  ต้นข้าวที่เป็นโรคมักจะตายก่อนเก็บเกี่ยวและมีน้อยมากที่อยู่รอดจนถึงออกรวง  แต่ถ้าออกรวงเมล็ดข้าวในรวงจะลีบและเมล็ดด่าง    

 

 

 
ปัญหาที่สำคัญที่ทำให้โรคถอดฝักดาบแพร่ระบาด

 

  1. เกษตรกรไม่รู้จักโรคถอดฝักดาบ อาการและสาเหตุของโรค ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นว่าเป็นลักษณะการแยกเพศของต้นข้าว เพราะข้าวที่เป็นโรคส่วนจะใหญ่จะไม่ออกรวงเนื่องจากตายก่อน (ซึ่งในความเป็นจริงข้าวเป็นพืชที่มีดอกแบบสมบูรณ์เพศ คือ มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน) ที่เรามักได้ยินเกษตรกรเรียกต้นข้าวที่เป็นโรคถอดฝักดาบนี้ว่า “ข้าวตัวผู้” หรือมีเกษตรกรบางรายเข้าใจว่าเป็น “ข้าววัชพืช” เนื่องจากต้นที่เป็นโรคจะยืดยาวสูงกว่าต้นข้าวไม่เป็นโรคคล้ายข้าววัชพืช  ทำให้เกษตรกรมีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง  ปล่อยให้โรคมีการระบาดในแปลง เก็บเมล็ดพันธุ์จากแปลงเป็นโรคไปปลูกต่อ
  2. เกษตรกรไม่ทำการกำจัดข้าวที่เป็นโรคถอดฝักดาบในแปลง  ปล่อยให้โรคมีการพัฒนาอาการรุนแรงมากขึ้นซึ่งจะทำให้เชื้อโรคนั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย ส่งผลให้ให้เกิดการแพร่ระบาดและติดไปกับเมล็ดพันธุ์
  3. เกษตรกรนิยมซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกทำให้อาจมีเชื้อสาเหตุโรคติดมารวมทั้งไม่มีขั้นตอนการกำจัดเชื้อสาเหตุโรคก่อนการนำไปปลูก

 


 

 

 

แนวทางการแก้ปัญหา
 
  1. เกษตรกรให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะนำมาปลูก  ไม่นำเมล็ดพันธุ์จากแปลงที่มีประวัติโรคถอดฝักดาบระบาดมาใช้ทำพันธุ์ และกรณีที่ซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกควรมีวิธีการกำจัดเชื้อที่อาจติดมากับเมล็ดพันธุ์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น
                     1.1) การคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซ็บ หรือ คาร์เบนดาซิม+แมนโคเซ็บ ที่อัตรา 3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม เป็นต้น  หรือแช่เมล็ดข้าวด้วยสารละลายของสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราดังกล่าว 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
                    1.2) การแช่เมล็ดพันธุก่อนนำไปปลูกในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซีลล นาน 10 นาที (Ishii, 1978) โดยวิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อป้องกันและกำจัดโรคถอดฝักดาบในการปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ที่ประเทศญี่ปุ่น 
  1. เกษตรกรหมั่นสำรวจโรคในแปลงเพาะกล้าและแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นเป็นโรคให้กำจัดทิ้งไม่ปล่อยไว้ในแปลง
  2. ภายหลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรควรทำการแล้วควรไขน้ำเข้าแปลงและไถพรวน ปล่อยน้ำขังในแปลงนาน 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคที่ตกค้างในดิน

 

        สุดท้ายนี้ในการที่จะแก้ปัญหาโรคถอดฝักดาบนั้น  เกษตรกรจะต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวมากขึ้น  นอกเหนือจากความแข็งแรง สมบูรณ์แล้ว  มีความจำเป็นที่จะต้องปราศจากเชื้อสาเหตุโรคข้าวต่างๆ ติดมา  โดยการกำจัดเชื้อสาเหตุโรคข้าวที่อาจจะติดมาด้วยวิธีการต่างๆ จะเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาการระบาดของโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เอกสารอ้างอิง

 

Ishii M (1978) On the control of bakanae disease. Seed disinfection of infected seeds by various heat treatments. Proc. Assoc. Plant Prot. Shikoku 13:35-40
 
http://www.brrd.in.th/rkb/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า