โรคผลเน่าในทุเรียน - ICPLADDA

โรคผลเน่าในทุเรียน

1934 จำนวนผู้เข้าชม

โรคเน่าในทุเรียน
   ในช่วงอากาศร้อนและมีฝนตก จะพบระบาดของโรคผลเน่าของโดยพบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน จนถึงระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน และหลังการเก็บเกี่ยวในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก ถ้าอาการรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนเก็บเกี่ยว  โดยอาการเริ่มแรกจะพบเปลือกผลทุเรียนเกิดแผลจุดขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่ตามการสุกของผลทุเรียน ถ้าสภาพอากาศมีความชื้นสูงอาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคเจริญบริเวณแผล  แปลงปลูกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผลเน่า จะเป็นแปลงที่มีต้นทุเรียนเป็นโรครากเน่าและโคนเน่าและมีฝนตกชุกหรือมีความชื้นสูงในช่วงที่ทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต
โรคเน่าในทุเรียน-02
อาการโรคบนผลแก่
เกิดแผลสีน้ำตาลบนผล จุดแผลจะขยายใหญ่ลุกลาม ในสภาพที่มีความชื้นสูงอาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบนแผล
โรคเน่าในทุเรียน-03
เชื้อรา Phytophthora palmivora บนอาหาร PDA
นอกจากนี้ปัจจุบันยังพบโรคผลเน่าของทุเรียนจากเชื้อรา Lasiodiplodia sp. อาการส่วนมากเกิดบนผลแก่หลังการเก็บเกี่ยว มีเส้นใยสีเทา ฟูแน่นเจริญปกคลุมที่เปลือกทุเรียน
โรคเน่าในทุเรียน-04
การจัดการโรค
   การเก็บเกี่ยวผลทุเรียนต้องระมัดระวังไม่ให้ผลสัมผัสกับพื้นดินโดยตรงอาจส่งผลให้เชื้อสาเหตุโรคติดไปกับผลได้โดยยังไม่แสดงอาการของโรค  ให้เกษตรกรปูพื้นดินด้วยวัสดุหรือผ้าใบที่สะอาดเพื่อวางผลทุเรียนที่เก็บเกี่ยวแล้ว
เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ให้เกษตรกรตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก
การป้องกันด้วยใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อรา Trichoderma asperellum หรือเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis  
การพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา Phytophthora palmivora เช่น fosetyl aluminum, bordeaux mixture, copper oxychloride, dimethomorph, pyraclostrobin และ myclobutanil + kresoxim methyl เป็นต้น
การพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา Lasiodiplodia sp. เช่น prochloraz,  prochloraz+propiconazole และ azoxystrobin+tebuconazole เป็นต้น
อ้างอิง : https://www.doa.go.th/leka/?p=3799
””
  •  
  •  
  •  
  •  
  •