โรครากปมของข้าว - ICPLADDA

โรครากปมของข้าว

230 จำนวนผู้เข้าชม

 

 
ผศ.ดร.อุดมศักดิ์  เลิศสุชาตวนิช
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

 

        โรคนี้พบเป็นปัญหามากกับข้าวที่ปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ  จากการที่เกษตรกรทำการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่เกิดปัญหาโรครากปม เนื่องจากไส้เดือนฝอยมีพืชอาหารตลอดเวลา   โรครากปม (root-knot disease) ของข้าวมีสาเหตุเกิดจากไส้เดือนฝอย Meloidogyne graminicola  โรคนี้จะระบาดรุนแรงในนาที่มีลักษณะเป็นดินทราย โดยไส้เดือนฝอยสามารถแพร่ระบาดได้ทั้งทางดิน และน้ำ

 

 
ลักษณะอาการของโรค
      อาการที่พบส่วนมากจะพบในข้าวที่ปลูกแบบสภาพไร่และแปลงกล้าที่น้ำแห้ง  เมื่อไส้เดือนฝอยตัวอ่อนระยะที่ 2 เข้าทำลายที่ปลายรากอ่อนแล้ว จะปล่อยสารออกมากระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ปลายรากแบ่งตัวเร็วและมากกว่าปกติ นอกจากนี้จะมีขนาดของเซลล์ใหญ่ขึ้น  ทำให้รากพองขึ้นเป็นปม เมื่อปลายรากเกิดปมขึ้นแล้ว รากนั้นก็จะไม่เจริญและไม่สามารถทำการดูดธาตุอาหารให้กับต้นข้าวได้อย่างปกติ  ต้นข้าวถ้ามีจำนวนรากปมน้อยจะไม่ปรากฏอาการที่ใบ  แต่ถ้ามีจำนวนรากปมมากจะทำให้ต้นข้าวแคระแกร็นและใบมีสีเหลืองได้

 

 

 

 

การป้องกันกำจัด
  • เมื่อพบข้าวเป็นโรครากปมและถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอในพื้นที่  ให้ปล่อยน้ำเข้านาโดยอย่าปล่อยให้แปลงขาดน้ำ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
  • หลังเก็บเกี่ยวทำการขังน้ำท่วมแปลงอย่างน้อย 30 วัน
  • การกำจัดกล้าข้าวที่ตกค้างอยู่ในแปลงปลูกหลังการเก็บเกี่ยว
  • ปลูกพืชสลับที่ไม่ใช่พืชอาศัยของไส้เดือนฝอย เช่น ปอเทือง พืชตระกูลถั่วต่างๆ หรือ ข้าวโพด เป็นต้น เพื่อลดจำนวนไส้เดือนฝอยรากปมในดิน
  • การใส่อินทรียวัตถุเพื่อปรับสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์และกระตุ้นให้มีความหลากหลายของจุลินทรีย์ดิน ร่วมกับการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ของไส้เดือนฝอย เช่น เชื้อราเห็ดเรืองแสง Neonothopanus nambi

 

เอกสารอ้างอิง
http://www.ricethailand.go.th/Rkb/disease%20and%20insect/index.php-file=content.php&id=128.htmhttp://www.doa.go.th/plprotect/wp-content/uploads/Publieissue/16.nambi_.pdf
  •  
  •  
  •  
  •  
  •