ปัจจุบันในการปลูกทุเรียนเกษตรกรต้องพบกับโรคต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากโรครากเน่าโคนเน่าที่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดในทุเรียนแล้ว ยังมีโรคกิ่งแห้งที่พบเข้าทำลายทุเรียนในหลายพื้นที่เพาะปลูก โดยทำให้ต้นทุเรียนที่เป็นโรคมีอาการกิ่งแห้ง ใบจะเหลืองและหลุดร่วง ส่งผลให้ต้นทุเรียนมีอาการทรุดโทรม ซึ่งในอดีตอาการกิ่งแห้งส่วนใหญ่จะเกิดจากโรคราสีชมพู ต่อมาในปี พ.ศ.2562 พบโรคกิ่งแห้งนี้ที่เกิดจากเชื้อรา Fusarium species ได้แก่ ฟิวซาเรียม โซลาไน (Fusarium solani) และ ฟิวซาเรียม อินคาร์นาทัม (Fusarium incarnatum) เป็นต้น
ความสำคัญ
โรคกิ่งแห้งมีการระบาดในหลายพื้นที่ปลูกทุเรียน จะรุนแรงมากในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือช่วงปีที่มีฝนชุก และมักพบการเข้าทำลายร่วมกับโรครากเน่าโคนเน่า ในบางพื้นที่อาจพบโรคกิ่งแห้งเข้าทำลายทุเรียนที่อายุน้อยได้ ทำให้ต้นทุเรียนถึงตายได้ เชื้อฟิวซาเรียมเป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดินได้นาน เมื่อเข้าทำลายต้นทุเรียนจะสร้างสปอร์จำนวนมากที่สามารถแพร่ไปกับลม ฝน หรือติดไปกับมอดที่เข้าทำลายต้นทุเรียนได้ จึงทำให้โรคนี้แพร่ระบาดได้ง่าย
ลักษณะอาการ
จะทำให้กิ่งแห้งจากปลาย ถ้าในสภาพอากาศชื้นจะพบเชื้อราเจริญสีขาวฟูอยู่ที่กิ่ง เชื้อราเข้าทำลายเนื้อเยื่อด้านกิ่งในมีสีน้ำตาลเข้มทำให้กิ่งเปราะแห้งและหักง่าย ใบที่อยู่ที่กิ่งจะแสดงอาการเหลืองและร่วง ถ้าเป็นมากจะทำให้ต้นโทรม อาการของโรคจะมีความสัมพันธ์กับการเข้าทำลายของมอดเจาะกิ่งหรือลำต้น ถ้ามีการเข้าทำลายของมอดมากจะทำให้การระบาดของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถพบเชื้อเข้าทำลายบนบริเวณบาดแผลที่เกิดจากโรครากเน่าโคนเน่าได้ด้วย