61 จำนวนผู้เข้าชม
ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์
สารป้องกันกำจัดโรคพืชในนาข้าวนั้นเป็นอีกปัจจัยที่มีความจำเป็นในปัจจุบันในการควบคุมโรคที่สำคัญต่างๆ ในนาข้าว แต่ในการใช้ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิด “เชื้อดื้อยา (fungicide resistance)” โดยเฉพาะเมื่อใช้แต่สารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่ใช้วิธีจัดการอื่น ๆ ร่วม ผู้เขียนจะมาแนะนำแนวทางในการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว ทำความรู้จักสารกำจัดโรคพืชในนาข้าว เรียนรู้กลุ่ม Frac และความเสี่ยงการดื้อยาของสารป้องกันกำจัดโรคแต่ละชนิด
กลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่นิยมใช้
– Demethylation inhibitors (3) เช่น propiconazole, difenoconazole, hexaconazole, tebuconazole,
– Quinone outside Inhibitors (11) เช่น azoxystrobin, pyraclostrobin
– Benzimidazoles (1) เช่น carbendazim
– Multi-site fungicide (M) เช่น copper, zinc thiazole
สารป้องกันกำจัดโรคที่นิยมใช้ในการควบคุมโรคข้าวต่างๆ
สาเหตุที่ทำให้เชื้อสาเหตุโรคนาข้าวดื้อยา ได้แก่
1.ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มเดิมซ้ำๆ ไม่มีการสลับกลุ่มสารที่ใช้
2.ใช้สารในอัตราต่ำกว่าที่แนะนำ ทำให้เชื้อสาเหตุโรคไม่ตายและเกิดการคัดเลือกเชื้อโรคดื้อยา
3.การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชถี่เกินไป จะเพิ่มแรงกดดันในการคัดเลือกเชื้อโรคที่ดื้อยา
4.เชื้อสาเหตุโรคข้าวบางโรคมีความแปรปรวนทางพันธุกรรมสูง เช่น เชื้อสาเหตุโรคไหม้ข้าว ทำให้มีความเสี่ยงต่อการดื้อยาง่าย
5.การเขตกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้โรคเกิดการระบาดได้ง่ายและมีการใช้สารบ่อย เช่น การปลูกข้าวหนาแน่น การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราสูง
แนวทางลดความเสี่ยงและป้องกันการดื้อยาอย่างยั่งยืน
1.สลับกลุ่มสารป้องกำจัดโรคพืช ไม่ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มเดิมต่อเนื่องหลายครั้ง เช่น
– ครั้งที่ 1 Demethylation inhibitors (3)
– ครั้งที่ 2 Quinone outside Inhibitors (11)
– ครั้งที่ 3 multi-site fungicide (M)
2.การผสมสารป้องกำจัดโรคพืชที่ต่างกลุ่มกัน เช่น azoxystrobin(11) + difenoconazole(3) เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อดื้อยา
3.ใช้พันธุ์ต้านทาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีความเหมาะสมต่อการระบาดของโรค ควรเลือกใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดรุนแรง
4.จัดการสภาพแวดล้อมในนาไม่ให้เหมาะสมต่อการเกิดโรค
– ลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่เกินความจำเป็น
– การใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป
– จัดการน้ำให้เหมาะสม ไม่ไว้ระดับน้ำสูงเกินไป
5.ใช้ชีวภัณฑ์เข้าร่วม เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา แอสเพอร์เรียลลัม (Trichoderma asperellum)
6.ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเมื่อจำเป็น หมั่นสำรวจแปลง ติดตามการเกิดโรคและการพัฒนาอาการของโรค เพื่อประเมินและตัดสินใจในการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
-
จะเป็นอย่างไรเมื่อมีการใช้สารเคมีควบคุมเชื้อ ฟิวซาเรี่ยม สาเหตุโรคกิ่งแห้งในทุเรียน จะเอาอยู่หรือไม่
โรคกิ่งแห้งที่เกิดจากเชื้อ Fusarium sp. เชื้อจะทำให้เกิดอาการกิ่งแห้ง ทำกิ่งเปรา…
-
โรคราสีชมพูในทุเรียน
โรคราสีชมพูเป็นโรคที่มีความสำคัญโรคหนึ่งในทุเรียนที่ทำความเสียหายให้กับทุเรียนได…
-
ประโยชน์นานาสายพันธ์ุข้าวไทย
ข้าวหอมมะลิ มีถิ่นกำเนิดในไทย นิยมปลูกและทานกันอย่างแพร่หลายมีกลิ่นหอมคล้ายใบ…
-
อาการเมาตอซังของข้าว
อาการเมาตอซัง เกิดจากการย่อยสลายของตอซังที่ไม่สมบูรณ์เมื่อทำการปลูกข้าวลงไปในพื้…


