เทคนิคแยกอาการ “โรคขอบใบแห้งข้าว” ก่อนทำการพ่นสารป้องกันกำจัด

wuttiphat.t
30/07/2026
  • images

         

เทคนิคแยกอาการโรคขอบใบแห้งข้าวก่อนพ่นสารป้องกันกำจัด โดย ICP Ladda


ผศ.ดร.อุดมศักดิ์  เลิศสุชาตวนิช

ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน


     โรคขอบใบแห้งข้าว (bacterial leaf blight) เป็นโรคที่สำคัญที่ระบาดมากในฤดูฝน เนื่องจากเชื้อสาเหตุเป็นแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae จะแพร่ระบาดได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูง มีลมน้ำฝนที่จะพาเชื้อแบคทีเรียไปกับละอองน้ำหรือน้ำในแปลง อ่านวิธีป้องกันโรคขอบใบแห้ง 4 ข้อ

     ลักษณะอาการ  โรคนี้สามารถเกิดกับข้าวได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอ จนถึง ออกรวง แต่ส่วนมากจะพบในระยะแตกกอเป็นต้นไป

อาการส่วนมากพบบนใบเป็นหลักเชื้อจะเข้าทำลายผ่านทางช่องเปิดปลายที่ใบหรือบาดแผลที่ใบเข้าไปสู่ท่อน้ำท่อลำเลียงใบ ต่อมาใบจะมีอาการเป็นแถบสีเหลืองลงมาตามความยาว แผลจะขยายไปตามความยาวของใบ และบางครั้งแผลขยายไปตามความกว้างของใบ ขอบแผลมีลักษณะเป็นขอบหยักสีเหลือง แผลนี้เมื่อนานขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีเทา และสุดท้ายจะใบแห้งตาย ที่แผลหรือปลายใบอาจมีหยดของเชื้อสีครีมหรือสีเหลืองลักษณะกลมๆ ขนาดเล็กเท่าหัวเข็มหมุด 


     จากอาการของโรคขอบใบแห้งข้างตัน เกษตรกรหลายคนอาจจะยังไม่สามารถแยกแยะได้ ทางผู้เขียนจะมาแนะนำจุดสังเกตอาการโรคขอบใบแห้งดังนี้


อาการโรคขอบใบแห้งข้าว ใบมีแถบแห้งสีฟางตามความยาวใบ ขอบแผลหยักสีเหลือง

อาการเริ่มต้นของโรค จะเป็นแถบเหลืองจากปลายใบลงมาขอบไม่เรียบ


แผลโรคขอบใบแห้งข้าวแห้งจากขอบใบเข้าไปกลางใบ ขอบแผลเป็นสีเหลือง

ต่อมาแผลจะแห้งจากขอบใบเข้าไป


หยดเชื้อแบคทีเรีย bacterial ooze สีเหลืองกลมเล็กบนแผลโรคขอบใบแห้งข้าว

หยดของเชื้อแบคทีเรีย (bacterial ooze) ที่ขับออกมาจากแผลมีสีขาวขุ่นถึงสีเหลือง

ตัวอย่างอาการที่ไม่ใช่โรคขอบใบแห้ง

อาการใบไหม้จากโรคกาบใบแห้งในนาข้าวที่เกิดจากเชื้อรา ไม่ใช่โรคขอบใบแห้ง

อาการใบไหม้จากโรคกาบใบแห้งที่เกิดจากเชื้อรา

อาการใบไหม้ในข้าวจากสภาพอากาศร้อนจัด ใบซีดแห้งจากปลายใบ ไม่ใช่โรคขอบใบแห้ง

อาการใบไหม้จากสภาพแวดล้อมเช่น สภาพอากาศร้อนจัด

อาการใบไหม้ในข้าวจากสารเคมีหรือปุ๋ยเข้มข้น ใบไหม้เป็นแถบสีน้ำตาลจากปลายใบ

อาการใบไหม้จากสารเคมีหรือปุ๋ยเข้มข้น


การป้องกันกำจัด

- ไม่ควรใช้เมล็ดพันธุ์จากแปลงที่มีการระบาดของโรคขอบใบแห้ง  

- ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น  โดยเฉพาะดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว 

- การปลูกข้าวแบบนาหว่านที่ใช้เมล็ดพันธุ์อัตรามากเกิะทำให้เกิดการระบาดของโรคได้รุนแรงมากกว่าการปลูกข้าวแบบนาดำ  

- ถ้าเกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรคนี้ เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข6 เหนียวสันป่าตอง พิษณุโลก 2  หรือ ชัยนาท 1  ควรทำการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคเป็นระยะตั้งแต่แตกกอ เช่น  สารประกอบทองแดง เช่น คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟต ออกซีนคอปเปอร์ ซิงค์ไทอะโซล หรือ สารปฏิชีวนะ เช่น เจนตามัยซิน ซัลเฟต +ออกซีเตตระไซคลินไฮโดรคลอไรด์ เป็นต้น  แต่ห้ามใช้สารเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพราะจะทำให้เชื้อต้านทานต่อสารได้ | (วิธีสลับกลุ่มสารให้ถูกต้อง ลดปัญหาเชื้อดื้อยา)


**คำถามที่พบบ่อย** | ดูคำถามที่เกษตรกรถามบ่อยทั้งหมด


**Q1: โรคขอบใบแห้งข้าวเกิดจากอะไร ระบาดตอนไหน**

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae ระบาดมากในฤดูฝน เพราะเชื้อแพร่ระบาดได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูง โดยมีลมและน้ำฝนพาเชื้อแบคทีเรียไปกับละอองน้ำหรือน้ำในแปลง


**Q2: โรคขอบใบแห้งเกิดกับข้าวระยะไหนได้บ้าง และอาการเป็นอย่างไร**

เกิดได้ตั้งแต่ระยะกล้า แตกกอ จนถึงออกรวง แต่ส่วนมากพบในระยะแตกกอเป็นต้นไป เชื้อเข้าทำลายผ่านช่องเปิดปลายใบหรือบาดแผลที่ใบเข้าสู่ท่อน้ำท่อลำเลียง ใบจะมีอาการเป็นแถบสีเหลืองลงมาตามความยาว แผลขยายไปตามความยาวใบและบางครั้งขยายตามความกว้างของใบ ขอบแผลเป็นขอบหยักสีเหลือง เมื่อนานขึ้นแผลเปลี่ยนเป็นสีเทาและใบแห้งตาย ที่แผลหรือปลายใบอาจมีหยดของเชื้อสีครีมหรือสีเหลืองลักษณะกลม ขนาดเล็กเท่าหัวเข็มหมุด


**Q3: มีจุดสังเกตอะไรที่ยืนยันว่าเป็นโรคขอบใบแห้ง**

สังเกต 3 จุด คือ (1) อาการเริ่มต้นเป็นแถบเหลืองจากปลายใบลงมา ขอบไม่เรียบ (2) ต่อมาแผลจะแห้งจากขอบใบเข้าไป (3) มีหยดของเชื้อแบคทีเรีย (bacterial ooze) ที่ขับออกมาจากแผล สีขาวขุ่นถึงสีเหลือง


**Q4: อาการใบไหม้แบบไหนที่ไม่ใช่โรคขอบใบแห้ง**

อาการใบไหม้จากโรคกาบใบแห้งที่เกิดจากเชื้อรา อาการใบไหม้จากสภาพแวดล้อม เช่น สภาพอากาศร้อนจัด และอาการใบไหม้จากสารเคมีหรือปุ๋ยเข้มข้น


**Q5: ป้องกันโรคขอบใบแห้งด้วยวิธีเขตกรรมอย่างไร**

ไม่ควรใช้เมล็ดพันธุ์จากแปลงที่มีการระบาดของโรคขอบใบแห้ง ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะดินที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว และการปลูกข้าวแบบนาหว่านที่ใช้เมล็ดพันธุ์อัตรามากเกินไปทำให้เกิดการระบาดรุนแรงกว่าการปลูกข้าวแบบนาดำ


**Q6: ข้าวพันธุ์ไหนอ่อนแอต่อโรคนี้ และควรใช้สารอะไร**

พันธุ์ที่อ่อนแอ เช่น ขาวดอกมะลิ 105 กข6 เหนียวสันป่าตอง พิษณุโลก 2 หรือ ชัยนาท 1 ควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคเป็นระยะตั้งแต่ระยะแตกกอ เช่น สารประกอบทองแดง (คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ไตรเบซิคคอปเปอร์ซัลเฟต ออกซีนคอปเปอร์ ซิงค์ไทอะโซล) หรือสารปฏิชีวนะ (เจนตามัยซิน ซัลเฟต + ออกซีเตตระไซคลินไฮโดรคลอไรด์) แต่ห้ามใช้สารเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพราะจะทำให้เชื้อต้านทานต่อสารได้



Recent View Blog

ทำไม ยาโรคพืชแต่ละชนิด? มีทั้งสัมผัส ดูดซึม และแทรกซึม

มารู้จักสารป้องกันกำจัดโรคพืชตามคุณสมบัติการเคลื่อนย้ายในพืช
01/Jun/2026 12:00 PM

รู้จัก! โรคร้าย กิ่งแห้งจากฟิวซาเรียม ก่อนลุกลามเข้าสวนทุเรียน

ปัจจุบันในการปลูกทุเรียนเกษตรกรต้องพบกับโรคต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากโรครากเน่าโคนเน่าที่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดในทุเรียนแล้ว ยังมีโรคกิ่งแห้งที่พบเข้าทำลายทุเรียนในหลายพื้นที่เพาะปลูก
01/Jun/2026 12:00 PM

ลดปัญหาโรคดื้อยา เริ่มที่วิธีสลับกลุ่มสารให้ถูกต้อง

สารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นอีกวิธีการที่เกษตรกรนิยมใช้ในการจัดการโรคพืช ซึ่งสารป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นมีมากมายหลายชนิดและมีการจัดแบ่งกลุ่มได้หลายวิธีการ การที่เราทราบกลุ่มของสารป้องกันกำจัดโรคพืชแต่ละชนิดจะช่วยจัดการป้องกันปัญหาเชื้อโรคพืชต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ดี
01/Jun/2026 12:00 PM

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกทุเรียนยังไงให้ชัวร์ และเก็บยังไงให้อร่อยนาน

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของทุเรียนหลายท่านอาจซื้อทุเรียนมารับประทาน ซึ่งมีคำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนควรมีลักษณะต่างๆ
01/Jun/2026 12:00 PM