ลดปัญหาโรคดื้อยา เริ่มที่วิธีสลับกลุ่มสารให้ถูกต้อง

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช
01/06/2026
  • images
เกษตรกรกับผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรคพืช ICP Ladda ที่ระบุรหัสกลุ่มสาร FRAC บนฉลาก

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช

ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์

สารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นอีกวิธีการที่เกษตรกรนิยมใช้ในการจัดการโรคพืช ซึ่งสารป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นมีมากมายหลายชนิดและมีการจัดแบ่งกลุ่มได้หลายวิธีการ การที่เราทราบกลุ่มของสารป้องกันกำจัดโรคพืชแต่ละชนิดจะช่วยจัดการป้องกันปัญหาเชื้อโรคพืชต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ดี

กลุ่มของสารป้องกันกำจัดโรคพืช (Fungicide Class)

กลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชสามารถแบ่งตามคุณสมบัติต่างๆ เช่น โครงสร้างทางเคมี (chemical structure) คุณสมบัติการเคลื่อนย้ายในพืช (mobility) ตำแหน่งที่เข้าทำลาย (target site) หรือกลไกการออกฤทธิ์ (mode of action) เป็นต้น สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มีคุณสมบัติเหมือนกันจะจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน (fungicide class หรือบางครั้งเรียก fungicide family) ซึ่งพบว่าเชื้อสาเหตุโรคพืชที่มีความต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชในกลุ่มใดเชื้อโรคก็จะมีแนวโน้มที่จะต้านทานต่อสารอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

การจัดกลุ่มตามตำแหน่งที่เข้าทำลาย (target site) ของสารป้องกันกำจัดโรคพืช

สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบ่งตามความจำเพาะต่อตำแหน่งที่เข้าทำลายได้เป็น 2 กลุ่มดังนี้

1. เข้าทำลายแบบเฉพาะจุด (site-specific fungicides) สารมีคุณสมบัติออกฤทธิ์อย่างจำเพาะในตำแหน่งที่เข้าทำลายเชื้อ (target site) ซึ่งจะเจาะจงกระบวนการทางชีวเคมีที่สำคัญของเชื้อโรค เช่น ต่อโปรตีนที่เกี่ยวข้องในการสังเคราะห์ผนังเซลล์ การสังเคราะห์ RNA หรือการแบ่งเซลล์ เป็นต้น

2. เข้าทำลายแบบหลายตำแหน่ง (multi-site fungicides) สารมีคุณสมบัติออกฤทธิ์เข้าทำลายเชื้อหลายกลไกที่ตำแหน่งเป้าหมายหลายตำแหน่ง หรือรบกวนกระบวนการทางชีวเคมีที่สำคัญของเชื้อโรคในหลายตำแหน่งพร้อมๆ กัน สารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มนี้รหัส Frac code นำหน้าด้วยอักษร M (ตารางที่ 1)

การต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชเกิดขึ้นเมื่อเชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม (genetic mutation) ที่ตำแหน่งเป้าหมายของสารเพื่อลดผลกระทบของสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุด (site-specific fungicides) แต่ในสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบหลายตำแหน่ง (multi-site fungicides) เชื้อโรคจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดความต้านทานที่ต่ำกว่า เพราะเชื้อโรคจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมที่ตำแหน่งเป้าหมายของสารหลายๆ จุดพร้อมๆ กัน ส่วนสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความต้านทานของเชื้อโรค เพราะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมเพียงแค่ตำแหน่งเดียว อาจทำให้เชื้อโรคเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกระบวนการชีวเคมี เป็นผลให้เชื้อโรคมีความอ่อนแอลดลงหรือต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดได้

หากเราทำการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีความเสี่ยงที่เชื้อโรคพืชจะมีความต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนอาจทำให้ไม่มีสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อสาเหตุโรค

แนวทางการลดความเสี่ยงเชื้อโรคต้านทานสารป้องกันกำจัดโรคพืช (Minimizing resistance)

ในการลดความเสี่ยงต่อปัญหาเชื้อโรคต้านทานสารป้องกันกำจัดโรคพืช ควรดำเนินการจัดการที่ครอบคลุมกลยุทธ์ในการควบคุมโรคพืชต่างๆ ซึ่งตัวอย่างกลยุทธ์ที่สำคัญในการจัดการโรคพืช ได้แก่

1. ปฏิบัติตามแนวทางด้านสุขภาพพืชที่ดี

เช่น การใช้พันธุ์ต้านทานโรค การปลูก การดูแลรักษาและการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสม การทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ และลดการพึ่งพาการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นหลัก จะช่วยลดความเสี่ยงของการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มากเกินไปและปัญหาเชื้อโรคต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้

2. ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชตามอัตราแนะนำที่ระบุไว้ในฉลาก

สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่จำหน่ายทางการค้าได้ทำการทดสอบอัตราใช้ที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด การลดอัตราการใช้ของสารจะส่งผลให้ควบคุมเชื้อโรคพืชไม่ได้ตามประสิทธิภาพ การจัดการโรคไม่ได้ผล และยังเพิ่มความเสี่ยงเชื้อโรคพืชต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืช

3. การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเท่าที่จำเป็นในแต่ละฤดูกาล

การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดมากเกินไปจะทำให้เชื้อโรคมีความเสี่ยงที่จะต้านทานต่อสารมากขึ้น จึงควรใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อจะช่วยลดโอกาสการพัฒนาความต้านทานของเชื้อโรคให้น้อยลง

4. อย่าใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดเพียงชนิดเดียว

ควรใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชหลายชนิดที่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน เพราะไม่มีสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่งที่ดีที่สุด ซึ่งสารป้องกันกำจัดโรคพืชหลายชนิดมีประสิทธิภาพแตกต่างกันสำหรับโรคพืชชนิดต่างๆ สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดหลายชนิดนั้นมีประสิทธิภาพที่ดี แต่ควรผสมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างกลุ่มกันหรือใช้สารสลับกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อโรคที่จะสร้างความต้านทาน

การผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างกลุ่มและการสลับกลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืช (tank-mixing and rotating)

การผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างกลุ่มและการสลับกลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของเชื้อโรคที่จะสร้างความต้านทาน

เทคนิคแรก การผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างกลุ่ม (tank-mixing) เป็นการผสมกลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มีความเสี่ยงสูงกับกลุ่มสารที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า (ตารางที่ 1)

เทคนิคที่สอง การสลับกลุ่มสารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน (rotating) เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดชนิดเดียวต่อเนื่องกัน

การผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างกลุ่มและการสลับกลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชมีความสำคัญด้วยเหตุผลสองประการคือ 1) การปฏิบัติทั้งสองวิธีจะจำกัดระยะเวลาของเชื้อโรคไม่ให้สัมผัสกับสารใดสารหนึ่งอย่างต่อเนื่อง 2) สารป้องกันกำจัดโรคพืชอื่นที่นำมาผสมหรือสลับอาจช่วยลดประชากรของเชื้อโรคที่มีความต้านทานก่อนหน้าไม่ให้มีโอกาสที่จะขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น

- การใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชรหัสกลุ่มต่างกัน (ตารางที่ 1) หมายถึงการใช้กลุ่มสารเคมีที่แตกต่างกัน ข้อควรสังเกต สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่มีชื่อทางการค้าต่างกันอาจเป็นสารเคมีในกลุ่มเดียวกันได้ โดยให้สังเกตชื่อสามัญที่ฉลาก (ภาพที่ 1)

- ควรผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดร่วมกับสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบหลายตำแหน่งเสมอ

- ในการผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบเฉพาะจุดร่วมกับสารป้องกันกำจัดโรคพืชแบบหลายตำแหน่งต้อง

ตัวอย่างฉลากสารป้องกันกำจัดโรคพืช ชี้ตำแหน่งรหัสกลุ่มสาร FRAC ชื่อสามัญ และโรคที่แนะนำ

ดูคุณสมบัติหลังการผสมว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยดูจากผังการผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช (ภาพที่ 2) หรือทำการทดสอบ jar test เพื่อดูความเข้ากันได้ของสารที่จะนำมาผสมกัน

ผังการผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช แสดงคู่สารที่ผสมกันได้ ต้องระวัง และห้ามผสม

บล็อคที่เพิ่งดูไป

โรคเมล็ดด่าง...ระบาดในนาข้าวแทบทุกฤดู แต่ทำไม? ยังรับมือได้ยาก

โรคใบจุดสีน้ำตาล (Brown spot) โรคใบขีดสีน้ำตาล (Narrow brown spot) และโรคเมล็ดด่าง (Dirty panicle disease) เป็นโรคสำคัญของข้าวที่พบได้เป็นประจำในแทบทุกแหล่งปลูกข้าวของประเทศไทย โดยโรคจะมีความเกี่ยวข้องกันทางระบาดวิทยา คือถ้าข้าวเป็นโรคใบจุดสีน้ำตาลและโรคใบขีดสีน้ำตาลรุนแรงจะส่งผลให้เกิดโรคเมล็ดด่างมากขึ้น ซึ่งสามารถเกิดซ้ำได้ทุกฤดูปลูก
29/Jun/2026 12:00 PM

ลดปัญหาโรคดื้อยา เริ่มที่วิธีสลับกลุ่มสารให้ถูกต้อง

สารป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นอีกวิธีการที่เกษตรกรนิยมใช้ในการจัดการโรคพืช ซึ่งสารป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นมีมากมายหลายชนิดและมีการจัดแบ่งกลุ่มได้หลายวิธีการ การที่เราทราบกลุ่มของสารป้องกันกำจัดโรคพืชแต่ละชนิดจะช่วยจัดการป้องกันปัญหาเชื้อโรคพืชต้านทานต่อสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ดี
01/Jun/2026 12:00 PM

รู้จัก! โรคร้าย กิ่งแห้งจากฟิวซาเรียม ก่อนลุกลามเข้าสวนทุเรียน

ปัจจุบันในการปลูกทุเรียนเกษตรกรต้องพบกับโรคต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากโรครากเน่าโคนเน่าที่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดในทุเรียนแล้ว ยังมีโรคกิ่งแห้งที่พบเข้าทำลายทุเรียนในหลายพื้นที่เพาะปลูก
01/Jun/2026 12:00 PM

เทคนิคแยกอาการ “โรคขอบใบแห้งข้าว” ก่อนทำการพ่นสารป้องกันกำจัด

โรคขอบใบแห้งข้าว (bacterial leaf blight) เป็นโรคที่สำคัญที่ระบาดมากในฤดูฝน เนื่องจากเชื้อสาเหตุเป็นแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae จะแพร่ระบาดได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูง มีลมน้ำฝนที่จะพาเชื้อแบคทีเรียไปกับละอองน้ำหรือน้ำในแปลง
30/Jul/2026 12:00 PM