ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในฤดูฝน

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช
02/06/2026
  • images
เกษตรกรบังคับโดรนพ่นสารในสวนผลไม้ช่วงฤดูฝน ประกอบบทความระยะปลอดฝนของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช

ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์

ช่วงนี้สภาพอากาศเข้าสู่ฤดูฝนทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งถ้าเกิดฝนตกภายหลังเกษตรกรทำการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจะทำให้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชบางชนิดได้ โดยทั่วไปเกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชเมื่อมีความน่าจะเป็นที่ฝนจะตก อย่างไรก็ตามในบางครั้งเกษตรกรไม่สามารถคาดเดาสภาพอากาศได้ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีระยะเวลาปลอดฝน (rainfastness) ที่สั้น หรือการใช้สารเสริมประสิทธิภาพ (adjuvants) เพื่อช่วยการดูดซึมหรือยึดจับกับผิวพืชได้ดีขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช นอกจากจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารแล้วยังมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เมื่อเราพ่นสารให้กับต้นพืชในช่วงฤดูฝน จะมีปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของสาร ได้แก่ ระยะเวลาปลอดฝน (rainfastness) ภายหลังพ่นสาร โดยน้ำฝนจะมีผลกระทบต่างๆ ต่อสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เกษตรกรพ่น เช่น

-ทำให้สารถูกชะล้างออกจากผิวพืช โดยเฉพาะช่วงเวลาภายใน 24 ชม. หลังการพ่นสาร

-ทำให้สารที่พ่นมีความเข้มข้นที่เจือจาง -ทำให้สารออกฤทธิ์เกิดการกระจายตัวไปยังจุดอื่น (สารเกิดการไหลออกจากส่วนเป้าหมายของพืชที่พ่น)

-ทำให้สารที่พ่นไปแล้วถูกสกัดออกมากับน้ำฝน (น้ำฝนที่ค้างตามผิวพืชอาจจะทำละลายสารออกมาได้) ทั้งนี้ผลกระทบของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากน้ำฝนข้างต้นจะขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น

-ระยะห่างเวลาที่ฝนตกภายหลังจากจากการพ่นสาร -ปริมาณน้ำฝนที่ตก ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจะมีความสำคัญมากกว่าเวลาที่ฝนตก

-สูตร (formulation) ของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช สารที่มีสูตรผง (dust, D) หรือผงแขวนลอยในน้ำ (wettable powder, WP) จะถูกชะล้างได้ง่ายจากน้ำฝน

-คุณสมบัติของพื้นผิวพืชเป้าหมายที่พ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช (ชะล้างได้ยากหรือง่าย)

-การใช้งานของสาร เช่น พ่นทางใบ หรือ พ่นทางดิน เป็นต้น สารที่พ่นทางดินจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าสารที่ใช้พ่นทางใบ โดยทั่วไประยะปลอดฝนจะไม่มีผลต่อสารกำจัดวัชพืชประเภทยาคุม ซึ่งใช้พ่นคลุมผิวดินก่อนที่เมล็ดวัชพืชจะงอก อ้างอิง

FB: สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย B. Wells and F.M. Fishel. 2011. Rainfastness of Pesticides. UNIVERSITY of FLORIDA, IFAS Extension

บล็อคที่เกี่ยวข้อง

อากาศร้อนที่ผ่านมา กระทบกับใบทุเรียน อย่างไร!


ในปัจจุบันปัญหาสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะในเรื่องสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมได้ก่อให้เกิดความผิดปกติกับพืชปลูกต่างๆ รวมทั้งทุเรียน ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมจัดว่าเป็น โรคที่เกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต
01/Jun/2026 12:00 PM

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกทุเรียนยังไงให้ชัวร์ และเก็บยังไงให้อร่อยนาน

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของทุเรียนหลายท่านอาจซื้อทุเรียนมารับประทาน ซึ่งมีคำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนควรมีลักษณะต่างๆ
01/Jun/2026 12:00 PM

บล็อคที่เพิ่งดูไป

น้ำลดแล้ว... แต่อันตรายยังไม่จบ เปิดโรคร้ายที่ชาวสวนทุเรียนต้องระวัง

หลังน้ำท่วมสวนทุเรียน โรคที่ควรเฝ้าระวังเป็นอันดับแรก คือ โรครากเน่าโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ซึ่งเป็นโรคที่มีความสำคัญมากที่สุดในทุเรียน เนื่องจากน้ำท่วมขังทำให้ดินมีความชื้นสูง รากขาดออกซิเจนทุเรียน และเสียหายจากการแช่น้ำ ทำให้เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อสาเหตุโรค
31/Oct/2026 12:00 PM

รู้จัก! โรคร้าย กิ่งแห้งจากฟิวซาเรียม ก่อนลุกลามเข้าสวนทุเรียน

ปัจจุบันในการปลูกทุเรียนเกษตรกรต้องพบกับโรคต่างๆ ซึ่งนอกเหนือจากโรครากเน่าโคนเน่าที่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดในทุเรียนแล้ว ยังมีโรคกิ่งแห้งที่พบเข้าทำลายทุเรียนในหลายพื้นที่เพาะปลูก
01/Jun/2026 12:00 PM

ช่วงฝนชุก สวนทุเรียนควรวางแผนรับมือและจัดการโรคทุเรียนอย่างไร?

ช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีฝนตกชุกต่อเนื่อง เป็นช่วงที่ผู้ปลูกทุเรียนควรให้ความสำคัญกับการจัดการโรคเป็นพิเศษ เพราะ น้ำฝน ความชื้นในอากาศสูง ดินที่มีความชื้นมาก และระยะเวลาที่ใบ กิ่ง และลำต้นเปียกเป็นเวลานาน
31/Aug/2026 12:00 PM

ชัวร์แน่! 4 ทริคนี้ ป้องกัน “เชื้อแบคทีเรีย” กระจายจนข้าวพัง

ไม่อยากให้ข้าวพัง! ต้องใช้ 4 ทริคนี้ ป้องกันเชื้อแบคทีเรียสาเหตุโรคสำคัญในนาข้าว โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในข้าวนั้นจัดเป็นโรคที่มีความสำคัญเพราะสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อต้นข้าวและผลผลิตได้อย่างรุนแรง
31/May/2026 12:00 PM